วอเตอร์เครสเป็นหนึ่งในผักที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยด้านโภชนาการ เนื่องจากมีสารประกอบจากพืชหลายชนิดที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย งานศึกษาบางส่วนได้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานผักตระกูลกะหล่ำกับตัวชี้วัดด้านสุขภาพ รวมถึงกลไกที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์
จูเลีย ซุมปาโน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจาก Cleveland Clinic ได้กล่าวถึงงานวิจัยที่กำลังศึกษาคุณประโยชน์ของวอเตอร์เครส โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ความสัมพันธ์กับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสารก่อมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ และการฟื้นตัวของร่างกายหลังออกกำลังกาย

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการ งานวิจัยในสัตว์ และงานวิจัยที่ศึกษาในมนุษย์ เพราะผลลัพธ์จากการทดลองระดับเซลล์ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดผลเช่นเดียวกันเมื่อรับประทานผักในชีวิตประจำวัน
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับมะเร็ง แม้สารประกอบบางชนิดในผักตระกูลกะหล่ำจะมีศักยภาพที่นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษา แต่ยังไม่ควรสรุปว่าวอเตอร์เครสสามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้ด้วยตัวเอง ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงโรคควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่สมดุล การไม่สูบบุหรี่ การออกกำลังกาย และการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์
นอกจากนี้ สารอาหารในวอเตอร์เครสยังอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพกระดูกและการทำงานของร่างกายตามปกติ แต่ไม่ควรมองผักชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอาหารมหัศจรรย์ที่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพในด้านอื่นได้

Chapter 4: กินวอเตอร์เครสอย่างไรให้เหมาะกับมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มวอเตอร์เครสในมื้ออาหาร สามารถเริ่มจากปริมาณเล็กน้อยแล้วปรับตามความชอบและความเหมาะสมของอาหารในแต่ละวัน ผักชนิดนี้มีรสชาติค่อนข้างชัด จึงสามารถใช้เพิ่มความสดชื่นและความกรอบให้กับอาหารหลายประเภทได้
วิธีแรกคือรับประทานเป็นผักสลัด โดยล้างให้สะอาดและผสมกับผักชนิดอื่น เช่น มะเขือเทศ แตงกวา หรือผักกาดหอม จากนั้นเติมโปรตีนจากไข่ ปลา หรือเนื้อไก่ เพื่อให้ได้มื้ออาหารที่มีความหลากหลายมากขึ้น
วิธีที่สองคือใส่ในซุปหรือแกงจืด โดยเติมผักในช่วงท้ายของการปรุงเพื่อไม่ให้ถูกความร้อนนานเกินไป วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักสด แต่ยังต้องการเพิ่มผักใบเขียวในมื้ออาหาร
วิธีที่สามคือใช้ทำซอสเพสโต้ โดยปั่นวอเตอร์เครสกับน้ำมันมะกอก ถั่วที่เหมาะกับการรับประทาน กระเทียม และส่วนผสมอื่นตามความชอบ สามารถใช้คลุกกับพาสตาหรือทาบนขนมปังได้ ส่วนผู้ที่ชอบอาหารไทยอาจนำไปผัดอย่างรวดเร็วหรือรับประทานเป็นผักเคียงกับอาหารจานหลักก็ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถใส่วอเตอร์เครสในแซนด์วิชสลัดไก่หรือสลัดไข่ ใช้เป็นผักแนมคู่กับปลา หรือเติมลงในสมูทตี้ผักและผลไม้ได้ แต่ควรคำนึงถึงรสชาติและปริมาณน้ำตาลจากส่วนผสมอื่นด้วย
สำหรับการรับประทานสด ควรล้างผักด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านอย่างทั่วถึง และเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หากต้องการปรุงสุก ควรใช้ความร้อนอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับผักสด โดยเฉพาะผักที่ปลูกในสภาพแวดล้อมชื้นหรือใกล้แหล่งน้ำ
Chapter 5: ข้อควรระวังในการกินวอเตอร์เครส และเหตุผลที่ไม่ควรพึ่งผักชนิดเดียว
แม้วอเตอร์เครสจะเป็นผักที่มีสารอาหารหนาแน่น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรรับประทานในปริมาณมากโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของตัวเอง การกินอาหารให้หลากหลายยังคงเป็นหลักสำคัญ เพราะผักแต่ละชนิดมีสารอาหารและส่วนประกอบที่แตกต่างกัน
ข้อควรระวังประการหนึ่งคือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางชนิด เช่น วาร์ฟาริน ควรรักษาปริมาณการรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคให้สม่ำเสมอ ไม่ควรเพิ่มหรือลดการบริโภคผักที่มีวิตามินเคสูงอย่างรวดเร็วโดยไม่ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอาจส่งผลต่อการควบคุมฤทธิ์ของยา

ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องจำกัดสารอาหารบางชนิดก็ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะสม ส่วนคนทั่วไปสามารถเลือกกินวอเตอร์เครสเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดปริมาณตายตัวเหมือนกันทุกคน
นอกจากนี้ คำแนะนำให้รับประทานผักใบเขียวประมาณ 2 ถ้วยต่อวันควรพิจารณาร่วมกับอาหารชนิดอื่นที่รับประทานในแต่ละวัน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องกินวอเตอร์เครสเพียงชนิดเดียวให้ครบปริมาณดังกล่าว การสลับกินผักหลายสี เช่น ผักใบเขียว ผักสีส้ม และผักสีแดง จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของสารอาหารได้ดีกว่า
ท้ายที่สุด วอเตอร์เครสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มผักและสารอาหารในชีวิตประจำวัน จุดเด่นของมันคือความหนาแน่นของสารอาหารและการนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ แต่ประโยชน์ที่แท้จริงควรมาจากการกินอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่การคาดหวังว่าผักชนิดเดียวจะป้องกันโรคได้ทุกชนิด
